อุตสาหกรรมและหัตถกรรม

ผ้าไหมลายพญานาค (Naka Pattern Silk)

        ชาวอีสานมีความเชื่อว่า นาค เป็นเจ้าแห่งงูทั้งหลายที่นำความสมบูรณ์มาให้แก่ชาวโลก กล่าวคือพญานาคเป็นผู้กำหนดฝน

ให้ตกต้องตามฤดูกาล ผู้ที่สามารถทอลายผ้าเป็นรูปพญานาคได้จะได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ 

และทอถวายพระในงานบุญต่าง ๆ เท่านั้น

 

nakasilk001

ผ้าไหมมัดหมี่ ลายขอเขมร

13950946 927365414040211 82501492 o

 http://esanwisdom.kku.ac.th/esandb/th/                    ผ้าไหมมัดหมี่ : ลายขอเขมร 

332373

ประวัติความเป็นมาของลายผ้า :ลายขอเขมร (Khor-kha-men) เป็นตัวอย่างลายที่นำมาจากเขมรโบราณ จะมีขอ 4 มุม ที่ลวดลายของผืนผ้าจะประกอบด้วยลายโคมห้าและกงเจ็ด ซึ่งเป็นลายโบราณที่เกิดจากการประยุกต์เครื่องมือทำมาหาเลี้ยงชีพคือแห หรือสวิงนำมามัดเป็นลวดลาย มีความงดงามอ่อนช้อย และผสมผสานกันได้อย่างลงตัวและมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างเห็นได้ชัดเจน
ลักษณะของลวดลาย: ลายขอเขมร (Khor-kha-men) ประกอบด้วยลายรูปตะขอสีม่วงขอบเหลืองทอง 4 มุม รอบลายกงเจ็ดสีเหลืองอมน้ำตาล มีลายโคมห้าเป็นองค์ประกอบเดินเส้นสีเหลืองทองเชื่อมต่อเป็นลวดลายสวยงามโดดเด่น

เชิงผ้า :เชิงผ้าเป็นลายกงเจ็ดสีม่วงขลิบเหลืองทองอยู่ระหว่างลายภูเขาสีเหลืองทอง ทำให้สีสันโดเด่นสวยงามสีของผ้าชิ้นนี้ : ผ้าชิ้นนี้เป็นสีน้ำตาลอมม่วง ตกแต่งด้วยลวดตะขอ 4 มุม มีลายกงเจ็ดสีเหลืองอมน้ำตาล มีลายโคมห้าที่ตกแต่งสีสันได้อย่างลงตัวเป็นองค์ประกอบซึ่งสีที่ย้อมเป็นสีธรรมชาติ การย้อมสีแต่ละครั้งจะได้สีไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับการปริมาณหรือขนาดของวัสดุที่ใส่ลงไป หรือสภาพอากาศ ฯลฯ ซึ่งควบคุมให้ได้สีตามต้องการได้ค่อนข้างยากมาก ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าผ้าไหมมัดหมี่สีนี้ จะมีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น เพราะถ้าสั่งย้อมสีเดิมก็จะไม่สามารถย้อมได้เหมือนสีเดิมในครั้งแรกอีกเลย ผู้ที่ได้ครอบครองจึงเกิดความภาคภูมิใจ

บรรณานุกรม ผ้าไหมมัดหมี่ ลายขอเขมร สืบค้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2559 จาก,http://www.m-culture.in.th/album/142785/

ผ้าไหมมัดหมี่ ลายสร้อยดอกหมาก

13950946 927365414040211 82501492 o

http://esanwisdom.kku.ac.th/esandb/th/     ผ้าไหมมัดหมี่ : ลายสร้อยดอกหมาก

1010101010

ประวัติความเป็นมาของลายผ้า :ลายสร้อยดอกหมาก (Soi-dork-mahk) เป็นลายที่ดัดแปลงมาจากกงเจ็ด ซึ่งเป็นลายมัดหมี่ที่ประยุกต์จากสวิงหรือแหที่ชาวบ้านใช้เป็นอุปกรณ์ในการทำมาหาเลี้ยงชีพ สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตชุมชน การมัดแต่ละดอกจะมัด 7ลำโค้งลงมาหากันเป็น 1ดอก โอบลายให้เหมือนหางปลาซิวและมีการให้สีสันที่แตกต่างกันออกไปเป็นลายเล็กที่มีความละเอียดและต้องมีฝีมือที่ปราณีตจะได้ผืนผ้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นลายที่ได้รับความนิยมอีกลายหนึ่ง เพราะเป็นลายเล็ก ไม่เบื่อง่าย

ลักษณะของลวดลาย :เป็นลายกงเจ็ดสีชมพูโอบด้วยลายเส้นสีน้ำตาลทองเหมือนหางปลาซิว ทำให้สีสันดูโดดเด่นเน้นให้เห็นลายกงเจ็ดที่จัดวางเรียงอย่างชัดเจนสวยงามแสดงให้เห็นถึงความละเอียดและฝีมือที่ปราณีตของผู้เป็นช่างมัดหมี่

สีของผ้าชิ้นนี้ : ผ้าชิ้นนี้เป็นสีแดงอมชมพู มีลายกงเจ็ดสีชมพูอมม่วงระเรื่อเดูเย็นตา มีเส้นลายสีน้ำตาลทองโอบลายกงเจ็ดเน้นความคมชัดของลายกงเจ็ดบนพื้นสีแดงอมชมพู ซึ่งเป็นสีที่ย้อมธรรมชาติ ในการทอแต่ละครั้งจะมีการให้สีที่ไม่เหมือนกัน เพราะการให้สีแต่ละครั้งทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ผ้าแต่ละผืนจึงมีสีไม่เหมือนกัน ความเข้มของสีขึ้นอยู่กับการผสมวัตถุดิบแต่ละครั้ง ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าผ้าที่ผลิตแต่ละครั้งมีเพียงผืนเดียวในโลกเท่านั้น

เชิงผ้า :เชิงผ้าเป็นลายกงเจ็ดสีชมพูอมม่วงวางเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบปราณีต สวยงาม มีลายหมากจับสีขาวนวลตกแต่งเป็นองค์ประกอบทำให้ดูโดดเด่นน่ามอง

บรรณานุกรรม ผ้าไหมมัดหมี่ ลายสร้อยดอกหมาก สืบค้นเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2559 จาก,http://www.m-culture.in.th/album/142767/

 

ผ้าไหมมัดหมี่ ลายหน้านาง

 

       i love kku

http://esanwisdom.kku.ac.th/esandb/th/

 

  ผ้าไหมมัดหมี่ จังหวัดขอนแก่น

  

          k 7 1

 

ประวัติความเป็นมา

             “ชนบทเป็นเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน มีการตั้งเป็นเมืองมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2326 โดยกวนเมืองแสน สมุหกลาโหมแห่งเมืองสุวรรณภูมิ พาสมัครพรรคพวกอพยพหนีออกจากเมือง สุวรรณภูมิ แคว้นจำปาสัก ในประเทศลาว มาตั้งเมืองที่บ้านหนองกองแก้ว ต่อมาในปี พ.ศ. 2335 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกรัชกาลที่ 1 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านหนองกองแก้วขึ้นเป็นเมือง พระราชทานนามว่า ชลบถพิบูลย์ซึ่งแปลว่าทางน้ำหรือเมืองที่มีน้ำล้อมรอบ และตั้งท้าวคำพาวเป็นเจ้าเมือง ตำแหน่งพระจันตะประเทศ จากนั้นได้มีการจัดเขตการปกครองและเมืองชนบทได้ถูกยุบรวมหลายครั้ง จากอำเภอเป็นตำบล ขึ้นกับอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2509 ทางราชการจึงได้ตั้งเมืองชนบทขึ้นเป็นอำเภออีกครั้งหนึ่ง ในชื่อ ชนบทจนถึงปัจจุบัน

               ชาวชนบทมีการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ทุกครัวเรือนจะมีที่ดินทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ นอกจากอาชีพทำนาแล้ว ก็มีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปลูกฝ้าย เพื่อนำเส้นไหมและฝ้ายมาทอเป็นผืนผ้า ดังคำกล่าวที่ว่า ยามว่างจากนา ผู้หญิงทอผ้า ผู้ชายจักสานในอดีตที่ผ่านมา การทอผ้าถือเป็นหน้าที่สำคัญของผู้หญิงชาวอีสาน เพราะจะต้องทอผ้าเพื่อใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มในชีวิตประจำวัน ผู้หญิงอีสานต้องเรียนรู้และฝึกหัดการทอผ้ามาตั้งแต่เด็ก จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ดังคำผญาที่สอนสตรีชาวอีสานว่า ทอหูกบ่เป็นแจ ทอแพรบ่เป็นฝาต้อน เลี้ยงม่อนบ่ฮู้โตลุกโตนอน อย่าฟ้าววอนเอาผัวการทอผ้าเพื่อใช้ในครอบครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้หญิงอีสานจะต้องเรียนรู้และฝึกหัด โดยเริ่มจากผู้เป็นแม่ได้ถ่ายทอดความรู้และเทคนิควิธีการทอผ้าให้ลูกหลาน สืบทอดกันมาไม่ขาดสาย ผ้าไหมที่ทอได้ นิยมสวมใส่ไปทำบุญที่วัด หรือในงานพิธีและงานมงคลต่างๆ รวมทั้งเก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกหลาน

              อำเภอชนบท เริ่มมีการทอผ้ามาตั้งแต่เมื่อไร ไม่สามารถสืบประวัติได้ แต่มีหลักฐานสำคัญคือ ผ้าไหมมัดหมี่หน้านาง หรือผ้าปูม อายุ กว่า 220 ปี ที่เจ้าเมืองชนบทคนแรกได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 โดยทายาทของเจ้าเมืองเป็นผู้เก็บรักษาไว้ ซึ่งต่อมา คนชนบทได้นำมาเป็นต้นแบบในการทอผ้าไหมมัดหมี่หน้านาง ที่มีชื่อเสียงและเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของผ้าไหมชนบทในปัจจุบัน จึงสันนิษฐานว่าการทอผ้าของอำเภอชนบทน่าจะมีมาไม่ต่ำกว่า 100 ปี หรืออาจจะมีมาตั้งแต่เริ่มตั้งเมืองชนบท คือ ประมาณ 200 กว่าปีที่แล้ว

 

k 7 2

 

 ลวดลายและกรรมวิธีการทอ

                   ผ้าหน้านาง (ท้องถิ่นอื่นเรียกว่า ปูมซึ่งเป็นผ้าที่ทอขึ้นสำหรับเจ้านายใช้นุ่ง มีลักษณะแบบโจงกระเบน ในสมัยโบราณนิยมใช้ในเขตอีสานใต้ ในประเทศลาวแถบแขวงเมืองจำปาสัก และเขมร) นอกจากจังหวัดสุรินทร์ที่มีชื่อเสียงเรื่องการทอผ้าหน้านางหรือที่ชาวสุรินทร์เรียกกันว่า ผ้าปูมเขมรแล้ว การทอผ้าไหมมัดหมี่ หน้านางก็ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของการทอผ้าแบบหนึ่งของเมืองขอนแก่นด้วย ซึ่งได้มีการทอเลียนแบบมาจากผ้าต้นแบบซึ่งเป็นผ้าของเจ้าเมืองชนบทคนแรก ปัจจุบันผ้าผืนนี้ก็ยังปรากฏอยู่มีอายุกว่า 220 ปี เอกลักษณ์การทอผ้าหน้านางของเมืองขอนแก่นจะมีลวดลายสีสันวิจิตรพิสดาร เนื่องจากได้มีการนำลายโบราณมาประยุกต์เข้ากับลวดลายไทยใหม่ ๆ ที่คิดสร้างสรรค์ขึ้น ผ้าหน้านาง เมืองขอนแก่นได้รับรางวัลชนะเลิศที่ 1 ของการประกวดผ้าไหมไทยประเภท ผ้าปูมเมื่อ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2536 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งทอโดยสุรมนตรี ศรีสมบูรณ์ เป็นช่างทอผ้าอำเภอชนบท

 

 

 

 

 

บรรณานุกรม 

ผ้าไหมมัดหมี่ลายหน้านาง สืบค้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2559 จาก,http://www.qsds.go.th/silkcotton/k_8.php

 

 

 

 

ผ้าไหมมัดหมี่ ลายปลาซิว

i love kku

http://esanwisdom.kku.ac.th/esandb/th/

ลายผ้าไหม จังหวัดขอนแก่น

       ประวัติ

                ผ้ามัดหมี่ เป็นการทอผ้าอย่างหนึ่งที่มีการสร้างลวดลายก่อนที่จะทำการย้อมสี การทำลายผ้ามัดหมี่เป็นการเอาเชือกมามัดด้ายหรือมัดเส้นไหมตามลวดลายที่ได้ออกแบบไว้ การมัดและย้อมลายจะมีการทำทั้งเส้นทางแนวยืน และแนวนอนหรือที่เรียกว่าแนวพุ่ง มีการสันนิษฐานว่าการมัดลายในแนวยืนน่าจะมีมาก่อนในแนวพุ่ง และจากการสืบค้นมีข้อสันนิษฐานว่าน่าจะได้รับแบบอย่างมาจากประเทศอินเดีย โดยในสมัยโบราณที่มีการค้าขายกันและติดมากับสินค้าอื่น

               ผ้าไหมมัดหมี่ลายปลาซิวหรือปลากะซิว

เกิดจากจินตนาการจากรูปร่างของปลาซิวที่พบเห็นได้ทั่วไปตามแหล่งน้ำธรรมชาติซึ่งชาวบ้านสมัยก่อนมักออกแบบลวดลายผ้าจากสิ่งที่พบเห็นตามธรรมชาติหรือจากวิถีชีวิต

sil

 

ลวดลายและกรรมวิธีการทอ

               ผ้าที่ทอด้วยมือที่มีชื่อเสียงที่สุดของอำเภอชนบท ได้แก่ ผ้าไหมมัดหมี่โดยมีขั้นตอนเริ่มจากการคัดเลือกเส้นไหม การออกแบบลายหมี่ การให้สี การทอเป็นผืนผ้า ซึ่งเป็นงานที่ละเอียดอ่อน ผ้าไหมชนบทมีจุดเด่นคือ มีความสวยงาม ลวดลายละเอียดแตกต่างจากที่อื่น

               เอกลักษณ์ของการทอผ้าอีกแบบหนึ่งของชาวชนบท คือ ผ้าปูมหรือผ้าหน้านาง ซึ่งมีลักษณะแบบโจงกระเบน ประกอบด้วย ลายมัดหมี่บริเวณท้องผ้า ลายมัดหมี่หน้านาง และลายมัดหมี่ริมชายผ้าทั้งสองด้าน

การนำไปใช้ประโยชน์

นำมาตัดเย็บเป็นผ้านุ่งสำหรับสวมใส่ไปงานสำคัญ เช่น งานบุญ งานวัด งานบวช งานแต่ง และงานมงคลต่างๆ

ผ้าไหมมัดมี่ ลายปลาซิว

บรรณานุกรม

ผ้าไหมมัดหมี่ชนบท สืบค้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2559 จาก,http://www.qsds.go.th/silkcotton/

ผ้าไหมมัดหมี่ลายปลาซิว สืบค้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2559 จาก,http://www.elibrary.sacict.net/th/products/

 ประวัติผ้ามัดมี่ สืบค้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2559 จาก,https://maprang496.wordpress.com/2016/02/19

 

Photo Gallery