บทความวิชาการ

ตลาดต้นตาล แหล่งช้อปปิ้งในสวนของคนขอนแก่น

        ตลาดต้นตาล เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดขอนแก่น ในรูปแบบแหล่งท่องเที่ยวหรือช้อปปิ้งในสวน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นสวรรค์ของเหล่าบรรดานักช้อปเท่านั้น ตลาดต้นตาลยังเป็นจุดศูนย์รวมงานศิลปะ สิ่งประดิษฐ์ ของสะสม ของคนมีความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) หรือกลุ่มคนที่ชอบเหมือนๆ กัน คอเดียวกันได้มาแสดงฝีมือ เช่น กลุ่มถ่ายภาพ กลุ่มรถคลาสสิค หรือกลุ่มนักแสดงเปิดหมวก ได้มาชม มาอวด มาซื้อขาย แลกเปลี่ยนผลงานกัน 


          "ตลาดต้นตาล" มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "Ton Tann Green Market"  เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พุทธศักราช 2555 ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ ติดถนนบ้านกอก ซอย 8 10 และ 12  ใกล้ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น มีพื้นที่ขนาด 40 ไร่ สามารถจอดรถได้ประมาณ 1,500 คัน เปิดให้บริการในช่วงเวลาเย็นของทุกวัน โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 - 23.00 นาฬิกา 


          จุดเด่นของตลาดต้นตาลที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายมักจะไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึก คือ จุด Landmark ต้นตาลจำนวน 6 ต้น บริเวณกลางตลาด ด้านล่างของต้นตาลมีตัวอักษรภาษาอังกฤษเขียนเป็นชื่อตลาดว่า "TONTANN" ต้นตาลเหล่านี้มีลำต้นตรงสูงเด่นเป็นสง่าสอดรับกับไฟแสงสีที่สาดส่องไปที่ลำต้นให้แสงตกกระทบที่สวยงามแปลกตา


          ถัดมาจากต้นตาลทั้ง 6 ต้น ฝั่งซ้ายมือของต้นตาล คือ "เวทีต้นตาล" เป็นลานจัดกิจกรรม หรือจัดแสดงคอนเสิร์ต เช่น ประกวดดนตรี เป็นต้น

          ด้านหลังของลานกิจกรรมมีสระน้ำพุสวยงามให้ความรู้สึกสวยงามผ่อนคลาย

                             ซึ่งหากมองลงมาจากมุมสูงของ "อาคารนัดพบ" จัดแสดงผลงานศิลปะ จะเห็นคล้ายกับมีการแสดงคอนเสิร์ตกลางสวนน้ำพุเลยทีเดียว

          อาคารนัดพบจัดแสดงผลงานศิลปะ ในชื่อว่า "Ton Tann Art Space Gallery"  เป็นอาคารกระจกสูง 3 ชั้น จัดแสดงผลงานศิลปะ ส่วนชั้นที่ 3 เป็นดาดฟ้า จัดเก้าอี้ไว้ให้นักท่องเที่ยวนั่งพักผ่อนชมวิวทิวทัศน์รับลมเย็นๆ ของตลาดต้นตาลยามค่ำคืน 

       "Ton Tann Art Space Gallery"  เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

          นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพภายในได้ แต่ห้ามนำอาหารเข้าไปรับประทานภายในห้องจัดแสดงผลงาน ปัจจุบันจัดนิทรรศกาลผลงานศิลปะของนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น

         จากการสังเกตของผู้เขียนที่ได้ไปใช้บริการและจากการดูสถิติของจำนวนผู้คนที่ไป Check-in บนเว็บไซต์ www.facebook.com/TonTannMarket ที่ตลาดต้นตาลแห่งนี้ มีจำนวนมากถึงสองหมื่นคนเศษ และยังคงมีจำนวนสถิติเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน ซึ่งถ้านับจากวันที่เปิดตลาดมาจนถึงวันนี้ วันที่ 12 กันยายน ก็เป็นเวลาเพียงแค่ 3 เดือนเศษเท่านั้น แต่ยอดจำนวนนักท่องเที่ยวกลับมีอย่างต่อเนื่องคับคั่ง สิ่งเหล่านี้อาจแสดงถึงความนิยมของคนเมืองขอนแก่นที่มีต่อตลาดต้นตาล และสะท้อนให้เห็นถึงเศรษฐกิจของเมืองขอนแก่นนี้ช่างดียิ่งนัก


          ผู้เขียนมีโอกาสได้อุดหนุนสินค้าและพูดคุยสัมภาษณ์กับคุณโมทย์ (นามสมมุติ) พ่อค้าหนุ่มเจ้าของร้านขายปากกาและของที่ระลึก ซึ่งทำงานประจำเป็นสถาปนิกในหน่วยงานราชการ แต่หลังเลิกงานในช่วงเวลาเย็นๆ จะมาเปิดร้านจำหน่ายสินค้าที่ตลาดต้นตาลแห่งนี้ สินค้าที่ขายมีรายได้ปานกลางไปถึงค่อนข้างดี ยึดเป็นอาชีพเสริมได้อย่างสบายๆ จากร้านขายปากการ้านเล็กๆ เพียง 1 ล็อค สามารถขยับขยายร้านเพิ่มขึ้นอีก 1 ล็อคเปิดเป็นร้านขายสินค้ากิ๊ฟช็อป โดยจัดวางสินค้าบนแผง จัดเรียงให้สวยงาม น่าเลือกซื้อ ซึ่งคุณโมทย์เล่าว่า สินค้าทุกชิ้นในร้าน ตนจะเป็นผู้คัดเลือกสินค้าเพื่อนำมาจำหน่ายด้วยตนเอง และต้องเป็นสินค้าที่มีความพิเศษ เก๋ไก๋ สวยงามแปลกตา หรือสามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลายจากตัวสินค้านั้นๆ เช่น ปากกาลิปสติก ปากกาเข็มฉีดยา หรือปากกาดังภาพด้านล่างนี้ ที่เป็นแว่นตาไร้เลนแต่ที่ขาแว่นทั้งสองข้างเป็นปากกาสีน้ำเงินและสีดำ สามารถเขียนได้จริง คุณโมทย์เล่าเพิ่มเติมอีกว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบใจสินค้าของเขาตรงที่มีความพิเศษ น่ารัก และราคาไม่แพง กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ คือ นักเรียนและนักศึกษาที่ชอบสินค้าแนวแปลกใหม่
 

          นอกจากมีสินค้าให้เลือกซื้อหาอย่างมากมายแล้ว ตลาดต้นตาลยังมีสวนสวยให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัวหรือจะมาแบบเป็นคู่รักก็ได้บรรยากาศโรแมนติกไปอีกแบบหนึ่ง

          หรือหากต้องการรับประทานอาหารที่ตลาดต้นตาลก็มีร้านอาหารมากมายให้เลือก ร้านอาหารที่นี่มีลักษณะคล้ายตลาดโต้รุ่ง จัดโต๊ะเก้าอี้กลางไว้ให้บริการจำนวนเพียงพอกับนักท่องเที่ยว มีทั้งร้านขายกับข้าว  อาทิ ร้านอาหารตามสั่ง ส้มตำ โจ๊ก หรือแม้กระทั่งร้านเครื่องดื่มซึ่งมีทั้ง ร้านจำหน่ายน้ำอัดลม  ร้านจำหน่ายสุรา ร้านน้ำผลไม้ เป็นต้น ก่อนเดินทางกลับบ้านผู้เขียนได้ลองรับประทานก๋วยเตี๋ยวน้ำตกหมู และข้าวขาหมู รสชาติอร่อย ถัวเฉลี่ยแล้วอาหารที่นี่มีราคาเท่าตลาดโต้รุ่งรื่นรมย์ในตัวเมืองขอนแก่น

          ตลาดต้นตาลเป็นแหล่งช้อปปิ้งในสวนของคนขอนแก่น ไม่เพียงแต่เป็นตลาดให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อของเท่านั้น แต่ตลาดต้นตาลยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ของชาวขอนแก่น เป็นแหล่งรวมของร้านอาหารตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย จากลักษณะโดดเด่นที่หลากหลายของตลาดต้นตาลนี้เอง ทำให้มีผู้คนจำนวนมากนิยมไปเที่ยวที่ตลาดต้นตาล และส่งผลให้ตลาดต้นตาลเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น และยังคงพัฒนาต่อไปอีกเรื่อยๆ ชาวขอนแก่นอย่าพลาดที่จะไปเที่ยวชมตลาดต้นตาลดูสักครั้ง หรือท่านที่สนใจจะทำธุรกิจ ตลาดต้นตาลก็เป็นอีกทำเลหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม แม้จะยังไม่มีทุนแต่หากมีความคิดดีๆ ก็สามารถไปติดต่อที่ตลาดต้นตาลได้เพราะที่นี่มีทุนให้สำหรับคนที่มีความฝัน ดังสโลแกนของตลาดต้นตาลที่ว่า "เรามีทุน...คุณมีงาน"

                                                                                                                                   ผู้เรียบเรียง: นางสาวกฤติกา สุนทร
                                                                                                                                   บรรณารักษ์กลุ่มภารกิจส่งเสริมการเรียนรู้


แหล่งอ้างอิง

ตลาดต้นตาล. (2555). ตลาดต้นตาล เทรนด์การช้อปแนวใหม่ที่ไม่ใช่เพียงที่ช็อปปิ้ง. ค้นเมื่อ 12 กันยายน 2555.
    จาก http://www.tontannmarket.com
ตลาดต้นตาล. (2555). ตลาดต้นตาล. ค้นเมื่อ 12 กันยายน 2555. จาก http://www.facebook.com/TonTannMarket.

หลงเสน่ห์เชียงคาน

        เชียงคาน เมืองสงบ งดงาม และเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวิวทิวทัศน์อันสวยงาม ด้วยตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ตลอดจนวิถีชีวิตของชาวเชียงคานที่เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งจนหลายคนหลงรักต้องกลับไปเยือนซ้ำ
        แต่เดิมนั้น เชียงคาน ตั้งอยู่ที่บ้านผาฮด หรือ เมืองสานะคาม บริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง เยื้องกับที่ว่าการอำเภอเชียงคานในปัจจุบัน จนถึงปีพุทธศักราช 2436 เกิดการล่าอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศสขึ้น ผู้คนทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงไม่ต้องการอยู่ภายใต้อาณานิคมของฝรั่งเศสจึงได้อพยพย้ายเมืองมาตั้งอยู่ที่บ้านท่านาจันทร์  และเรียกชื่อเมืองแห่งนี้ว่า "เมืองเชียงคาน" ซึ่งที่มาของคำว่า "เชียงคาน" นั้น มาจากสองคำ คือ "เชียง" กับ "คาน" ซึ่งตามประเพณีไทยล้านนาหรือล้านช้าง มักจะใช้คำนำหน้าเมืองว่า "เชียง" ส่วน "คาน" ในที่นี้มาจากชื่อของผู้สร้างเมืองเชียงคาน คือ "ขุนคาน" กษัตริย์แห่งเมืองเชียงของ และเป็นพระราชโอรสของ "ขุนเคา" ผู้สืบเชื้อสายมาจาก "ขุนลอ" กษัตริย์ลาวพระองค์แรกในช่วงพุทธศักราช 1240 หรือ พุทธศตวรรษที่ 13 นั่นเอง
        ปัจจุบันเชียงคานเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนมากมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยเป็นเมืองที่มีภูมิทัศน์สวยงาม ประกอบกับวิถีชีวิตของคนเชียงคานนั้นมีเสน่ห์ยากที่จะหาใดเหมือน ดังจะเห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกๆปี ที่ต่างหลั่งไหลเดินทางไปที่เชียงคานเพื่อสัมผัสบรรยากาศการเดินทอดน่องหรือปั่นจักรยานเลียบไปตามริมแม่น้ำโขงซึ่งเป็นเส้นทางเล็กๆที่ปูลาดด้วยอิฐตัวหนอนเรียบขนานไปเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางนี้สามารถมองเห็นทัศนียภาพบ้านเรือนของประเทศลาวอีกด้วย

          เชียงคานมีจุดเด่นหลายอย่างที่น่าไปสัมผัส ซึ่งสิ่งแรกที่ผู้เขียนอยากจะแนะนำเมื่อไปเที่ยวเชียงคานก็คือ การเดินชม "ถนนคนเดิน" ซึ่งเป็นถนนคนเดินที่น่าไปเดินมากที่สุด ด้วยมีบ้านไม้โบราณตั้งอยู่เรียงรายริมแม่น้ำโขงซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองเชียงคาน ซึ่งบ้านไม้ดังกล่าวเป็นสิ่งปลูกสร้างที่อยู่คู่กับเมืองเชียงคานมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยอดีตจนปัจจุบัน จากการสังเกตของผู้เขียนพบว่า บางส่วนของบ้านไม้เหล่านี้เป็นบ้านไม้โบราณที่ได้รับการดัดแปลงให้คงสภาพเดิมมากที่สุดแต่มีการตกแต่งให้เป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว เกิดเป็น โรงแรม โฮมสเตย์ และเกสต์เฮาส์ และบางส่วนก็เป็นบ้านไม้ที่ปลูกสร้างขึ้นมาใหม่แต่สร้างให้มีลักษณะคล้ายกับบ้านไม้โบราณในอดีต ผู้เขียนมีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่เชียงคานหลายครั้งด้วยประทับใจในบรรยากาศเมืองเชียงคานและอัธยาศัยใจคอของคนเชียงคานจึงไปแล้วไปอีกมิรู้เบื่อ  ที่พักซึ่งผู้เขียนได้ไปใช้บริการเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา คือ "โรงแรมดิ โอลด์ เชียงคาน" และ "เฮือนยายบับภา"

        ที่พักสองแห่งนี้อยู่ติดริมแม่น้ำโขง สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของสองฝั่งโขงได้เป็นอย่างดี ยามเช้าตรู่สามารถมานั่งจิบน้ำชากาแฟหอมละมุนแก้มปาท่องโก๋ร้อนๆ พร้อมชมบรรยากาศแม่น้ำโขงสวยๆ ไปด้วย สร้างความสุนทรียะยิ่งนัก

          สิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดหากได้ไปเชียงคาน คือ "การตักบาตรข้าวเหนียว" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของชาวเชียงคาน การตักบาตรข้าวเหนียวจะใส่เฉพาะข้าวเหนียวลงในบาตร ส่วนอาหารคาวหวานอย่างอื่นนั้นชาวบ้านจะนำไปถวายพระที่วัด โดยจุดที่พระสงฆ์เดินบิณฑบาตรมากที่สุด คือ บริเวณถนนศรีเชียงคาน ซอย 9 (ล่าง) เพราะอยู่ใจกลางเมือง และอยู่ใกล้กับตลาด เวลาที่พระสงฆ์ออกบิณฑบาตร คือ ตีห้าครึ่งถึงหกโมงเช้า นักท่องเที่ยวจะไปรอใส่บาตรที่ถนนเส้นนี้ และการแต่งกายสำหรับตักบาตรควรจะแต่งกายสุภาพเพื่อให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น ผู้หญิงควรนุ่งผ้าถุง ผู้ชายใส่กางเกงขายาว ไม่ควรใส่กางเกงหรือกระโปรงสั้น  

           เวลาช่วงสายๆ ภายหลังจากตักบาตร ร้านค้าต่างๆก็จะเปิดให้บริการ ที่ถนนคนเดินแห่งนี้มีสินค้าจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกชมกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าฝ้ายทอมือ เสื้อยืดสกรีนหลากสี สินค้าที่ระลึกพื้นเมือง สินค้า OTOP ร้านอาหารเช้าแบบพื้นเมือง เช่น ไข่กระทะ ข้าวเปียกเส้น ตลอดจนร้านน้ำชากาแฟ ผู้เขียนซื้อของที่ระลึกมาหลายชิ้น ทั้ง เสื้อยืดสกรีนลายอักษรคำว่าเชียงคานแบบต่างๆ แม่เหล็กติดตู้เย็น แต่ชิ้นที่ชอบมากที่สุด คือ เป็ดจากรากไม้ไผ่ โดยนำรากไม้ไผ่มาประกอบกับไม้จนเป็นตัวเป็ดขึ้นมา มีทั้งเป็ดตัวเดี่ยว เป็ดคู่แม่ลูก เมื่อวางอยู่รวมกันดูน่ารักยิ่งนัก ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ เป็ดเดี่ยว ราคา 390 บาท ไปจนถึงเป็ดหลายตัวรวมเป็นชุด ราคาประมาณสามพันกว่าบาท ซึ่งเป็ดนี้ได้รับรางวัล OTOP 4 ดาว ในปี พ.ศ. 2552 อีกด้วย 

          เมื่อเดินซื้อของได้สักพักผู้เขียนก็ได้แวะซื้อขนมครกโบราณและมันเผารับประทาน อาหารทั้งสองมีรสชาติอร่อย ทานแล้วได้บรรยากาศไปอีกแบบ จากนั้นก็ไปเดินชมสินค้าตามร้านต่างๆ ต่อ ซึ่งระหว่างที่เดินชมร้านค้าของที่ระลึกอยู่นั้น ผู้เขียนก็ได้ถ่ายภาพตามจุดต่างๆ ไปด้วย ถนนคนเดินที่เชียงคานนั้นมีบ้านไม้โบราณสวยๆ ตลอดสองข้างท้าง อีกทั้งร้านค้าต่างๆ ยังจัดตกแต่งบริเวณหน้าร้านให้สวยงาม น่ารัก เหมาะกับการถ่ายภาพสวยๆ เป็นที่ระลึก

          ภายหลังจากเดินเล่นทั่วเมืองเชียงคานกันแล้ว ก็ได้เวลาอาหารมื้อค่ำ ที่เชียงคานนี้มีร้านอาหารอร่อยอยู่หลายร้าน จากการเดินทางไปเยือนเชียงคานของผู้เขียนในหลายๆ ครั้ง ได้ลองชิมร้านอาหารตามสั่งริมโขง และร้านอาหารขึ้นชื่อของเชียงคาน พบว่า ร้านอาหารที่เชียงคานรสชาติอร่อยหลายร้านทีเดียว

           เมนูโปรดที่รสชาติอร่อยติดใจจนต้องไปชิมทุกครั้งที่ไปเชียงคาน ก็คือ "หมูสะเต๊ะ" ที่ร้าน "เฮือนหลวงพระบาง" ทานคู่กับน้ำจิ้มอาจาดแสนอร่อย ให้รสหวานอมเปรี้ยวนิดๆ เข้ากันได้ดีกับแตงกวาและหอมแดง 

          นอกจากยังมี "กุ้งย่าง" เป็นอีกหนึงเมนูที่ดูพิเศษและหาทานได้ยาก กุ้งย่างนี้ทำจากกุ้งนาตัวค่อนข้างโตกว่าปกติ นำมาเสียบไม้ ทาเกลือ จำหน่ายไม้ละ 10 บาท 

          หลังจากทานอาหารอร่อยเสร็จ ก็ได้เวลาเดินย่อยกันสักนิด บรรยากาศเมืองเชียงคานในเวลาค่ำคืนนั้น ถนนคนเดินก็ยังคงเป็นบริเวณที่สวยงามและมีมนต์เสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้หลั่งไหลมาเยี่ยมชม เพราะมีร้านค้าต่างๆ มากมายมาจำหน่ายสินค้าที่นี่ โรงแรม ที่พักต่างพากันเปิดไฟแสงสี มองดูแล้วสวยงาม อบอุ่น ดูมีเสน่ห์ยิ่งนัก อีกทั้งยังมีการแสดงพื้นบ้านของเหล่าบรรดานักเรียนตัวน้อยๆ คนพื้นถิ่นเชียงคานมาทำการแสดงให้นกท่องเที่ยวได้ชม ชวนให้บรรยากาศ ณ ถนนคนเดินเชียงคานแห่งนี้คึกคัก มีสีสันเต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวาและมนต์เสน่ห์มากมาย

           สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่สำคัญของเชียงคานที่นักท่องเที่ยวมักจะแวะไปเที่ยวชมและซื้อของฝากก็คือ "แก่งคุดคู้" เพราะเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นแม่น้ำโขงได้อย่างสวยงามอีกแห่งหนึ่ง 

          นอกจากธรรมชาติและวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำโขงแล้ว แก่งคุดคู้ยังมีชื่อเสียงเรื่องมะพร้าวแก้วหลากหลายรูปแบบสีสัน รสชาติหวานมันให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากอีกด้วย

 
   
แหล่งข้อมูล

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (ม.ป.ป.). เส้นทางจักรยานชมภูมิทัศน์ วัด สัมผัสวิถีชีวิตชาวเชียงคาน. กรุงเทพฯ: กองส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (เอกสารแผ่นพับ).

                                                                                                                             เรื่องและภาพ: นางสาวกฤติกา สุนทร
                                                                                                                             บรรณารักษ์กลุ่มภารกิจส่งเสริมการเรียนรู้

ขอนแก่น เคานท์ดาวน์ ปาร์ตี้ปีแสง 2012

         ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ประจำปีพุทธศักราช 2555 จังหวัดขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน ได้ร่วมมือกันจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ตั้งแต่เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป โดยเน้นรูปแบบการจัดงานที่มีทั้งความทันสมัย ใช้แสง สี เสียง ที่สวยงามตระการตาพร้อมสอดแทรกวัฒนธรรมอีสาน ภายใต้ชื่อว่างาน “ขอนแก่น เคานท์ดาวน์ ปาร์ตี้ปีแสง 2012 : “มหัศจรรย์โลกแห่งแฟนตาซี” ณ บริเวณช่วงทางเข้าประตูเมืองขอนแก่น จากบริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลถึงบริเวณศาลหลักเมือง  ถนนศรีจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยทุ่มงบประมาณจำนวนหลายล้านบาทเพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจระดับประเทศ ในฐานะ 1 ใน 3 ของงานเคานท์ดาวน์ ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้การสนับสนุน

          

        ผู้เขียนได้ร่วมลงพื้นที่การจัดงานครั้งนี้ในฐานะนักท่องเที่ยวผู้เข้าชมงาน จากการสังเกตพบว่ามีผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนคับคั่ง การดำเนินงานถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากยอดตัวเลขสถิติผู้เข้าร่วมงานที่ทางเทศบาลได้ทำไว้ พบว่ามีนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางมาร่วมงานจำนวน 220,000 คน เกินจากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีผู้มาร่วมงานจำนวน 200,000 คน   


        แนวคิดในการจัดงาน “ขอนแก่น เคานท์ดาวน์ ปาร์ตี้ ปีแสง 2012” เน้นที่การสร้างความตื่นตาตื่นใจในบรรยากาศ มหัศจรรย์แห่งโลกแฟนตาซี และยังคงใช้แสง สี เสียง อลังการเหมือนปีที่ผ่านมา

        ซึ่งการจัดงานแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ 
          1. วันที่  29 - 30  ธันวาคม  54 จะเปิดให้ประชาชนได้สนุกกับกิจกรรมหลักของผู้ให้การสนับสนุน  ซึ่งมีทั้งซุ้มเล่นเกมลุ้นรับของรางวัลต่างๆ
          2.วันที่  31  ธันวาคม  54  เริ่มจากโซนสวนเรืองแสงที่ทุกคนจะเก็บความประทับใจกับการเนรมิตห้วงทะเลแห่งแสงในยามค่ำคืน 


       อีกทั้งได้จัดโซน The Light Garden บริเวณสวนสาธารณะประตูเมืองขอนแก่น ด้วยการจัดสวนเรืองแสงที่ประดับด้วยดวงไฟนับหมื่นดวงให้เสมือนอยู่ในโลกใต้บาดาล เต็มไปด้วยสัตว์และดอกไม้จากใต้ทะเล อาทิ แมงกะพรุน ทะเลปลาดาว ปราสาทเรืองแสง กระติบข้าวยักษ์เรืองแสง

และยังมีโซน Fun Street บริเวณถนนประตูเมือง พร้อมเวทีคอนเสิร์ตจากศิลปินขวัญใจวัยรุ่นวง Bodyslam และการนับถอยหลังเพื่อเข้าสู่พุทธศักราชใหม่ด้วยการแสดงพลุระดับประเทศที่สวยงามยิ่งใหญ่อลังการ

       ในด้านการจัดเตรียมงานเพื่อสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานนั้น นายพีระพล พัฒนพีรเดช นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 ขอนแก่น ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม และส่วนราชการ ภาครัฐ เอกชน ชุมชน ประชาชนทุกภาคส่วนกว่า 300 คน ได้พร้อมใจกันลงพื้นที่ตรวจซ่อมไฟฟ้า แสงสว่าง ระบบการทำงานของกล้องทีวีวงจรปิด และตรวจความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อเป็นการป้องกันอาชญากรรมที่เกิดขึ้น โดยเน้นที่หลักการสะดวก สว่าง ปลอดภัย ทั้งภายในและภายนอกบริเวณการจัดงาน รวมทั้งช่วยกันทำความสะอาดถนนศรีจันทร์ บริเวณศาลหลักเมืองขอนแก่นอีกด้วย

 


       นายพีระพล พัฒนพีรเดช นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น ได้ขอบคุณประชาชนที่มาร่วมส่งความสุขในปี 2555 พร้อมทั้งกล่าวว่า งานขอนแก่นเคานท์ดาวน์ปีนี้ถือเป็นความร่วมมือร่วมใจกันของชาวขอนแก่นทุกคน ที่ต้องการให้จังหวัดขอนแก่นเป็นที่รู้จัก และเป็นศูนย์รวมของภาคอีสานดังจะเห็นได้จากสถิติผู้เข้าร่วมงานดังที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น

       การลงพื้นที่ในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีด้วยได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลและภาพประกอบจาก นายคมกฤต อมฤตวรรณ เจ้าหน้าที่งานวิเคราะห์นโยบายและแผน เทศบาลนครขอนแก่น ผู้เขียนใคร่ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้

เรื่อง: กฤติกา สุนทร


แหล่งอ้างอิง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น. (2554). ขอนแก่นเคาท์ดาวน์ 2012 เน้น THEME มหัศจรรย์แห่งโลกแฟนตาซี. ค้นเมื่อ 28 ธันวาคม 2554 จาก  http://th-th.facebook.com/note.php?note_id=344973162195613

คมกฤต อมฤตวรรณ. (28 ธันวาคม 2554). สัมภาษณ์. เจ้าหน้าที่งานวิเคราะห์นโยบายและแผน เทศบาลนครขอนแก่น.

ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร เทศบาลนครขอนแก่น.  (2553).   “มหัศจรรย์แห่งโลกแฟนตาซี ” เคาท์ดาวน์ขอนแก่น ร่วมนับถอยหลังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่.  ค้นเมื่อ 31 ธันวาคม 2554 จาก  http://center.kkmuni.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=610%3A2011-12-27-04-14-13&catid=93%3A2009-11-19-04-34-42&Itemid=121&lang=th

ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร เทศบาลนครขอนแก่น.  (2554). แถลงข่าวเคานท์ดาวน์ “ปาร์ตี้ ปีแสง 2012” งานเคาว์ดาวน์สุดอลังการและยิ่งใหญ่ที่สุดในอีสาน.  ค้นเมื่อ 31 ธันวาคม 2554 จาก  http://center.kkmuni.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=606%3A-2012-&catid=150%3Akkmunigoth&Itemid=278&lang=th

Yubbiie. (2554). Khon Kaen countdown 2012 (ปีใหม่ที่ขอนแก่น 2555). ค้นเมื่อ 31 ธันวาคม 2554 จาก  http://www.youtube.com/watch?v=WLprLlSPK_Q&feature=related

 
 

Photo Gallery